ฉบับสมบูรณ์ 2024 • สำหรับมือใหม่
📊

Jamovi Cloud

คู่มือการใช้งานฉบับสมบูรณ์

เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและสถิติ ผ่านเว็บบราวเซอร์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านสถิติ

🌐 เวอร์ชัน Cloud 📋 ไม่ต้องติดตั้ง 💊 ข้อมูลสุขภาพ 📊 สถิติพื้นฐาน

cloud.jamovi.org  |  อ้างอิง: jamovi.org/user-manual.html  |  lsj.readthedocs.io

📋 สารบัญ

บทนำ: ทำความรู้จักกับ Jamovi Cloud
Jamovi Cloud คืออะไร?
ทำไมถึงเหมาะกับงานวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ?
บทที่ 1: การเตรียมพร้อมและเริ่มต้นใช้งาน
1.1 การเข้าสู่ระบบและการสร้าง Workspace
1.2 การนำเข้าข้อมูล (Data Import)
1.3 ส่วนประกอบของหน้าจอการทำงาน
1.4 การตั้งค่าตัวแปร (Variables Setup)
บทที่ 2: สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)
2.1 การแจกแจงความถี่และร้อยละ
2.2 ค่ากลางและการกระจายข้อมูล
2.3 การสร้างกราฟเบื้องต้น
บทที่ 3: การเปรียบเทียบข้อมูล (Comparing Groups)
3.1 Independent Samples T-Test
3.2 One-Way ANOVA
บทที่ 4: การหาความสัมพันธ์ (Relationships & Associations)
4.1 Pearson Correlation
4.2 Chi-Square Test
บทที่ 5: การนำผลลัพธ์ไปใช้งาน (Exporting & Reporting)
5.1 การบันทึกและส่งออกผลลัพธ์
5.2 กฎเหล็กที่ต้องจำ (Rule of Thumb)
ภาคผนวก: คำศัพท์ที่ควรรู้, คำสั่งที่ควรรู้, ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง
บทนำ

🌐 ทำความรู้จักกับ Jamovi Cloud

เครื่องมือวิเคราะห์สถิติระดับมืออาชีพ เปิดใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บบราวเซอร์

🔍 Jamovi Cloud คืออะไร?

Jamovi คือโปรแกรมวิเคราะห์สถิติสำหรับงานวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูล ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงการวิชาการและการสาธารณสุขทั่วโลก ส่วน Jamovi Cloud คือเวอร์ชันที่ทำงานอยู่บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านเว็บบราวเซอร์ เช่น Google Chrome หรือ Microsoft Edge โดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ เลย

เพียงแค่พิมพ์ที่อยู่ cloud.jamovi.org ในเว็บบราวเซอร์ของคุณ แล้วคุณก็พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลได้ทันที!

🌐
ไม่ต้องติดตั้ง

เปิดใช้งานได้เลยผ่านเว็บบราวเซอร์ ทุกที่ ทุกเวลา

💡
ใช้งานง่าย

ออกแบบสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ด ใช้เมนูคลิกได้เลย

📊
ครบครัน

รองรับสถิติพื้นฐานถึงขั้นสูง พร้อมกราฟและตารางสวยงาม

☁️
บันทึกบน Cloud

ข้อมูลและผลลัพธ์บันทึกไว้บน Cloud เปิดต่อได้ทุกเครื่อง

🔄
อัปเดตอัตโนมัติ

เมื่อแก้ไขข้อมูล ผลลัพธ์จะอัปเดตให้อัตโนมัติทันที

🆓
ฟรีสำหรับพื้นฐาน

มีเวอร์ชันฟรีที่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป


💊 ทำไมถึงเหมาะกับงานวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ?

ในงานด้านสาธารณสุขและการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เรามักต้องจัดการกับข้อมูลหลายประเภท เช่น ข้อมูลผู้ป่วย อัตราการเกิดโรค ผลการตรวจสุขภาพ และตัวเลขทางสถิติต่างๆ Jamovi Cloud ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ครบในที่เดียว

✅ เหตุผลที่ Jamovi Cloud เหมาะกับงานสาธารณสุข

จัดการข้อมูลขนาดกลาง: รองรับไฟล์ .csv จาก Excel หรือ Google Sheets ได้โดยตรง เหมาะกับฐานข้อมูลสุขภาพระดับตำบล-อำเภอ

สถิติที่ใช้บ่อยในงานสาธารณสุข: ครบทุกตัว ตั้งแต่การหาค่าเฉลี่ย การเปรียบเทียบกลุ่ม ไปจนถึงการหาความสัมพันธ์

ผลลัพธ์พร้อมรายงาน: ตารางและกราฟที่ได้มาตรฐาน APA สามารถนำไปใส่ในรายงานได้ทันที

ไม่ต้องพึ่งฝ่าย IT: เปิดใช้งานเองได้เลยในคอมพิวเตอร์ใดก็ได้ที่มีอินเทอร์เน็ต

เรียนรู้ง่าย: ใช้เวลาเพียง 1-2 วันก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้จริง

💡
เกร็ดความรู้: Jamovi พัฒนาขึ้นมาจาก R ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมสถิติมาตรฐานระดับสากล แต่ Jamovi ได้ซ่อนความซับซ้อนทั้งหมดไว้ เหลือแค่ "เมนูคลิก" ที่ใช้งานง่ายสำหรับทุกคน
บทที่ 1

🚀 การเตรียมพร้อมและเริ่มต้นใช้งาน

Getting Started & Data Setup — เริ่มต้นตั้งแต่การเปิดโปรแกรม ไปจนถึงการเตรียมข้อมูลให้พร้อมวิเคราะห์

🔑 1.1 การเข้าสู่ระบบและการสร้าง Workspace

การเริ่มต้นใช้งาน Jamovi Cloud นั้นง่ายมาก เพียงแค่เปิดเว็บบราวเซอร์แล้วไปที่ cloud.jamovi.org คุณสามารถเลือกสมัครบัญชีฟรีด้วย Google, GitHub, หรืออีเมลของคุณก็ได้

1
เปิดเว็บบราวเซอร์และพิมพ์ที่อยู่ พิมพ์ cloud.jamovi.org ในช่องที่อยู่เว็บ แล้วกด Enter
2
สมัครบัญชีหรือเข้าสู่ระบบ คลิก Sign in with Google เพื่อใช้บัญชี Google ที่มีอยู่แล้ว หรือสมัครด้วยอีเมลก็ได้ การสมัครไม่มีค่าใช้จ่าย
3
สร้าง Workspace ใหม่ หลังเข้าสู่ระบบ คุณจะเห็นหน้า Dashboard ส่วนตัว คลิก + New หรือ New Workspace เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานใหม่สำหรับโปรเจกต์ของคุณ
4
ตั้งชื่อไฟล์งาน ตั้งชื่อที่จำได้ง่าย เช่น "วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ อ.เมือง 2567" แล้วคลิก Create
⚠️
สำคัญ: ควรใช้ Google Chrome หรือ Microsoft Edge เวอร์ชันล่าสุดสำหรับประสบการณ์ที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้ Internet Explorer

📂 1.2 การนำเข้าข้อมูล (Data Import)

📋 การเตรียมไฟล์ข้อมูลให้พร้อม

ก่อนจะนำข้อมูลเข้า Jamovi Cloud สิ่งที่ต้องทำก่อนคือแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่ Jamovi รับได้ ซึ่งรูปแบบที่แนะนำคือ ไฟล์ .csv (Comma-Separated Values)

🔄 วิธีดาวน์โหลดข้อมูลจาก Google Sheets เป็นไฟล์ .csv

1
เปิด Google Sheets ของคุณที่มีข้อมูลอยู่
2
คลิกเมนู ไฟล์ (File) ที่ด้านบน
3
เลือก ดาวน์โหลดComma-separated values (.csv)
4
ไฟล์ .csv จะถูกดาวน์โหลดมาที่โฟลเดอร์ Downloads ของคุณ
📌
หลักการตั้งชื่อคอลัมน์ที่ดี: ควรตั้งชื่อคอลัมน์เป็นภาษาอังกฤษ ไม่มีช่องว่าง และสั้นกระชับ เช่น age, sex, blood_pressure, district_code จะทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น

⬆️ วิธีนำไฟล์เข้าสู่ระบบ Jamovi

1
เปิดเมนูไฟล์ ใน Jamovi Cloud คลิกที่ไอคอน (เส้นสามขีด) มุมบนซ้าย หรือคลิกที่ File
2
เลือก Open คลิก OpenThis PC เพื่อเปิดไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
3
เลือกไฟล์ .csv ไปที่โฟลเดอร์ที่บันทึกไฟล์ไว้ แล้วดับเบิลคลิกที่ไฟล์ .csv หรือเลือกแล้วคลิก Open
4
ตรวจสอบข้อมูล Jamovi จะแสดงข้อมูลของคุณในรูปแบบตาราง ตรวจสอบว่าชื่อคอลัมน์และข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
รูปแบบไฟล์ นามสกุล รองรับ? หมายเหตุ
CSV (แนะนำ) .csv ✅ รองรับ เหมาะสมที่สุด ใช้ได้กับทุกระบบ
Jamovi Format .omv ✅ รองรับ ฟอร์แมตเนทีฟของ Jamovi บันทึกทุกการตั้งค่า
Excel .xlsx / .xls ✅ รองรับ ใช้ได้ แต่แนะนำให้แปลงเป็น .csv ก่อน
SPSS .sav ✅ รองรับ รองรับไฟล์จากโปรแกรม SPSS
R Data .rdata ✅ รองรับ สำหรับผู้ใช้ R

🖥️ 1.3 ส่วนประกอบของหน้าจอการทำงาน (User Interface)

หลังจากนำข้อมูลเข้ามาแล้ว หน้าจอ Jamovi Cloud จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

Jamovi Cloud — ข้อมูลผู้ป่วย NCDs.csv
📊 Data Analyses Edit
📋 Data View (ส่วนซ้าย) — หน้าต่างข้อมูล
hn age sex district bp_sys
00145ชายเมือง130
00262หญิงวังชิ้น145
00338ชายลอง120
00471หญิงเมือง155
00555ชายสูงเม่น138
📈 Results View (ส่วนขวา) — หน้าต่างผลลัพธ์
Descriptive Statistics
VariableMeanSDN
age54.211.8200
bp_sys137.618.4200
Frequencies
ชาย98 (49%)
หญิง102 (51%)
📋 Data View (หน้าต่างซ้าย)
  • แสดงข้อมูลในรูปแบบสเปรดชีต
  • แต่ละแถว = ผู้ป่วย/กรณี 1 ราย
  • แต่ละคอลัมน์ = ตัวแปร 1 ตัว
  • สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยตรง
  • ดับเบิลคลิกชื่อคอลัมน์เพื่อตั้งค่าตัวแปร
📈 Results View (หน้าต่างขวา)
  • แสดงผลลัพธ์การวิเคราะห์ทั้งหมด
  • อัปเดตอัตโนมัติเมื่อแก้ไขการตั้งค่า
  • คลิกขวาที่ตารางเพื่อคัดลอก
  • คลิกขวาที่กราฟเพื่อบันทึกรูป
  • สามารถซ่อน/แสดงได้ตามต้องการ

⚙️ 1.4 การตั้งค่าตัวแปร (Variables Setup)

🔑 ทำไมการตั้งค่าตัวแปรจึงสำคัญมาก?

ถ้าตั้งค่าตัวแปรผิด Jamovi จะวิเคราะห์ผิดประเภท! เช่น ถ้ากำหนดรหัสอำเภอ (1001, 1002, 1003) เป็น Continuous Jamovi จะพยายามหาค่าเฉลี่ยของรหัส ซึ่งไม่มีความหมาย ดังนั้นขั้นตอนนี้ต้องทำให้ถูกต้องก่อนเสมอ

📐 ประเภทของข้อมูลใน Jamovi

ประเภท สัญลักษณ์ ความหมาย ตัวอย่าง สถิติที่ใช้
Continuous
(ต่อเนื่อง)
📏 ตัวเลขที่มีความหมายทางคณิตศาสตร์ สามารถคำนวณค่าเฉลี่ยได้ อายุ, น้ำหนัก, ความดันโลหิต, ระดับน้ำตาล Mean, SD, T-test, ANOVA, Correlation
Nominal
(จัดกลุ่มไม่มีลำดับ)
🏷️ ข้อมูลที่แบ่งเป็นกลุ่ม ไม่มีลำดับมากน้อย เพศ, รหัสอำเภอ, โรค, ตำบล, กลุ่มเลือด Frequency, Chi-Square
Ordinal
(จัดกลุ่มมีลำดับ)
📊 ข้อมูลที่แบ่งเป็นกลุ่มและมีลำดับ แต่ระยะห่างไม่เท่ากัน ระดับการศึกษา, ระดับความพึงพอใจ 1-5 Frequency, Median

🔧 วิธีเปลี่ยนประเภทข้อมูล

1
ดับเบิลคลิกที่ชื่อคอลัมน์ ใน Data View ให้ดับเบิลคลิกที่ส่วนหัวของคอลัมน์ที่ต้องการแก้ไข เช่น คอลัมน์ "district_code"
2
หน้าต่างตั้งค่าจะเปิดขึ้น จะมีแผงการตั้งค่าปรากฏขึ้น แสดง Name, Description, Measure Type, Data Type
3
เลือก Measure Type ที่ถูกต้อง คลิกที่ Measure Type แล้วเลือก: Nominal สำหรับข้อมูลจัดกลุ่ม หรือ Continuous สำหรับตัวเลขต่อเนื่อง
4
กด Enter หรือคลิกที่อื่น การตั้งค่าจะบันทึกอัตโนมัติ คุณจะเห็นสัญลักษณ์ที่ส่วนหัวคอลัมน์เปลี่ยนไปตามประเภทที่เลือก

🏥 ตัวอย่างการตั้งค่าตัวแปรสำหรับข้อมูลสุขภาพ

ชื่อตัวแปรตัวอย่างข้อมูลควรตั้งเป็นเหตุผล
province_code54, 55, 56Nominalรหัสจังหวัดไม่มีความหมายทางคณิตศาสตร์
amphur_code5401, 5402Nominalรหัสอำเภอเป็นแค่ชื่อในรูปตัวเลข
tambon_code540101, 540102Nominalรหัสตำบลเช่นเดียวกัน
sex1=ชาย, 2=หญิงNominalเพศเป็นข้อมูลจัดกลุ่ม ไม่มีลำดับ
age25, 38, 62Continuousอายุเป็นตัวเลขต่อเนื่อง หาค่าเฉลี่ยได้
blood_pressure120, 130, 145Continuousค่าความดันโลหิตเป็นตัวเลขต่อเนื่อง
blood_sugar85, 110, 180Continuousระดับน้ำตาลในเลือดเป็นตัวเลขต่อเนื่อง
disease_groupHT, DM, CVDNominalกลุ่มโรคเป็นหมวดหมู่ ไม่มีลำดับ
บทที่ 2

📈 สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)

การทำความรู้จักข้อมูล — ก่อนจะวิเคราะห์ ต้องรู้จักข้อมูลก่อน

📌 สถิติเชิงพรรณนาคืออะไร?

คือการ "บรรยาย" ข้อมูลที่เรามีอยู่ให้เข้าใจง่าย เปรียบเหมือนการเขียนรายงานสรุปว่า "ในพื้นที่นี้มีผู้ป่วยกี่คน เป็นเพศชายกี่เปอร์เซ็นต์ อายุเฉลี่ยเท่าไร ค่าความดันเฉลี่ยสูงหรือต่ำ" โดยยังไม่ต้องเปรียบเทียบหรือทดสอบอะไร

📊 2.1 การแจกแจงความถี่และร้อยละ (Frequency Tables)

ใช้เมื่อต้องการนับจำนวนและหาสัดส่วนร้อยละของข้อมูลจัดกลุ่ม (Nominal/Ordinal) เช่น จำนวนผู้ป่วยแยกตามเพศ แยกตามตำบล แยกตามกลุ่มโรค

📋 ขั้นตอนการทำ Frequency Table

1
คลิกเมนู Analyses ที่แถบเมนูด้านบน คลิก Analyses
2
เลือก Exploration → Descriptives
3
ลากตัวแปรที่ต้องการไปยังช่อง Variables เช่น ลากตัวแปร "sex" หรือ "tambon_code" ไปไว้ในช่อง Variables
4
เปิดใช้งาน Frequency Tables เลื่อนลงมาในแผงตั้งค่า คลิกเปิด ✓ Frequency tables Jamovi จะแสดงตารางความถี่ในหน้าต่างผลลัพธ์ทันที

📋 ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ได้ — Frequency Table ของเพศ

sexFrequency (จำนวน)Percent (%)Cumulative %
1 (ชาย)9849.049.0
2 (หญิง)10251.0100.0
รวม200100.0

การแปลผล: จากผู้ป่วยทั้งหมด 200 ราย เป็นชาย 98 ราย (49.0%) และหญิง 102 ราย (51.0%)


📐 2.2 ค่ากลางและการกระจายข้อมูล (Mean & Standard Deviation)

ใช้สำหรับข้อมูลแบบ Continuous เช่น อายุ ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล เพื่อดูว่าข้อมูลโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไร และข้อมูลกระจายตัวมากน้อยแค่ไหน

ค่าสถิติความหมายตัวอย่าง
Mean (ค่าเฉลี่ย)ค่าที่ได้จากการรวมทุกตัวแล้วหารด้วยจำนวน คือ "ค่ากลาง" ที่ใช้บ่อยที่สุดอายุเฉลี่ย = 54.2 ปี
Median (มัธยฐาน)ค่าที่อยู่ตรงกลางเมื่อเรียงข้อมูลจากน้อยไปมาก เหมาะเมื่อข้อมูลมีค่าสุดโต่งMedian BP = 135 mmHg
SD (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน)บอกว่าข้อมูลกระจายมากหรือน้อย SD มาก = กระจายมาก, SD น้อย = กระจายน้อยSD อายุ = 11.8 ปี
Min / Maxค่าต่ำสุดและสูงสุดของข้อมูล ช่วยตรวจสอบว่ามีค่าผิดปกติหรือไม่อายุต่ำสุด 18, สูงสุด 89

🔧 ขั้นตอนการหาค่าสถิติเชิงพรรณนา

1
ไปที่ Analyses → Exploration → Descriptives
2
ลากตัวแปร Continuous ไปยัง Variables เช่น "age", "blood_pressure", "blood_sugar"
3
เลือกค่าสถิติที่ต้องการ ใต้แผง Statistics คลิกเปิด: ✓ Mean ✓ Median ✓ Std. deviation ✓ Minimum ✓ Maximum
4
แบ่งกลุ่มถ้าต้องการ (ไม่บังคับ) ถ้าต้องการเปรียบเทียบค่าระหว่างกลุ่ม เช่น ค่าเฉลี่ยอายุแยกตามเพศ ให้ลากตัวแปร "sex" ไปยังช่อง Split by

📋 ตัวอย่างผลลัพธ์ — Descriptive Statistics

ตัวแปรNMeanMedianSDMinMax
age (อายุ)20054.2053.5011.801889
blood_pressure200137.60135.0018.4090200
blood_sugar198112.30103.0042.6065380

การแปลผล: ผู้ป่วยมีอายุเฉลี่ย 54.2 ปี (SD = 11.8) ค่าความดันโลหิตเฉลี่ย 137.6 mmHg ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ปกติ (120 mmHg) และค่า N ของ blood_sugar = 198 บอกว่ามีข้อมูลขาดหาย 2 ราย


📊 2.3 การสร้างกราฟเบื้องต้น (Basic Plots)

Jamovi Cloud สร้างกราฟได้ง่ายมาก โดยทำในขั้นตอนเดียวกับการดูสถิติ เพียงแค่เปิดตัวเลือกกราฟใน Descriptives

📊 Bar Plot (กราฟแท่ง)

เหมาะกับ: ข้อมูล Nominal/Ordinal

  • แสดงจำนวนในแต่ละกลุ่ม
  • เช่น จำนวนผู้ป่วยแต่ละตำบล
  • สัดส่วนเพศชายและหญิง
วิธีเปิด: Descriptives → Plots → ✓ Bar plot
📈 Histogram (ฮิสโตแกรม)

เหมาะกับ: ข้อมูล Continuous

  • แสดงการกระจายของข้อมูล
  • เช่น การกระจายของอายุผู้ป่วย
  • ดูว่าข้อมูลกระจายแบบปกติหรือเบ้
วิธีเปิด: Descriptives → Plots → ✓ Histogram
1
อยู่ในหน้า Descriptives ทำตามขั้นตอนเดียวกับการหาค่าสถิติ คือ Analyses → Exploration → Descriptives
2
เปิดแผง Plots ในแผงตั้งค่าด้านซ้าย คลิกที่ Plots เพื่อขยายตัวเลือกกราฟ
3
เลือกประเภทกราฟ สำหรับตัวแปร Nominal เลือก ✓ Bar plot | สำหรับตัวแปร Continuous เลือก ✓ Histogram
4
กราฟจะปรากฏในหน้าต่างผลลัพธ์ทันที สามารถคลิกขวาที่กราฟแล้วเลือก Save Image เพื่อบันทึกเป็นไฟล์รูปภาพ
บทที่ 3

⚖️ การเปรียบเทียบข้อมูล (Comparing Groups)

การหาความแตกต่าง — ใช้เมื่อต้องการทดสอบว่ากลุ่มต่างๆ มีความแตกต่างกันจริงหรือไม่

💡
หลักการง่ายๆ: ถ้าอยากรู้ว่า "กลุ่ม A กับกลุ่ม B ต่างกันจริงไหม?" ให้ใช้การทดสอบในบทนี้ เช่น ค่าความดันเฉลี่ยของชายกับหญิงต่างกันไหม? หรืออัตราป่วยของ 3 อำเภอแตกต่างกันหรือเปล่า?

👥 3.1 Independent Samples T-Test (การเปรียบเทียบ 2 กลุ่ม)

📌 เมื่อไหร่ที่ควรใช้ T-Test?

ใช้เมื่อ:

✅ มีตัวแปรที่ต้องการเปรียบเทียบ 1 ตัว ที่เป็นข้อมูล Continuous (เช่น อายุ, ความดัน)

✅ ต้องการเปรียบเทียบระหว่าง 2 กลุ่ม ที่เป็นข้อมูล Nominal (เช่น เพศชาย/หญิง)

✅ 2 กลุ่มนั้น เป็นอิสระจากกัน (คนละกลุ่มกัน ไม่ใช่วัดซ้ำที่เดิม)

🏥 ตัวอย่างคำถามที่ตอบได้ด้วย T-Test

• ผู้ป่วยชายและหญิงมีค่าความดันโลหิต เฉลี่ยแตกต่างกันหรือไม่?

• ผู้ป่วยโรคเบาหวานและไม่เป็นเบาหวาน มีอายุเฉลี่ยต่างกันไหม?

• ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลระหว่างกลุ่มที่มีประกันและไม่มีประกันต่างกันหรือเปล่า?

🔧 ขั้นตอนการทำ Independent T-Test

1
เปิดเมนู T-Tests
2
กำหนด Dependent Variables ลากตัวแปรที่ต้องการเปรียบเทียบ (Continuous) เช่น "blood_pressure" ไปยังช่อง Dependent Variables
3
กำหนด Grouping Variable ลากตัวแปรกลุ่ม (Nominal 2 กลุ่ม) เช่น "sex" ไปยังช่อง Grouping Variable
4
ดูผลลัพธ์และแปลผล ดูที่ค่า p ในตาราง ถ้า p < 0.05 แสดงว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

📋 ตัวอย่างผลลัพธ์ — Independent T-Test: ความดันโลหิต (ชาย vs หญิง)

กลุ่มNMean (BP)SDtp
ชาย98139.217.82.150.033
หญิง102136.119.0

การแปลผล: เนื่องจาก p = 0.033 ซึ่ง น้อยกว่า 0.05 จึงสรุปว่า ผู้ป่วยชายและหญิงมีค่าความดันโลหิตเฉลี่ยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยชายมีค่าเฉลี่ยสูงกว่า (139.2 vs 136.1 mmHg)


🏆 3.2 One-Way ANOVA (เปรียบเทียบ 3 กลุ่มขึ้นไป)

เมื่อต้องการเปรียบเทียบมากกว่า 2 กลุ่ม ไม่ควรทำ T-Test ซ้ำหลายๆ ครั้ง เพราะจะทำให้เกิดความผิดพลาดสะสม ให้ใช้ ANOVA แทน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบทุกกลุ่มพร้อมกันได้ในครั้งเดียว

📌 เมื่อไหร่ที่ควรใช้ ANOVA?

✅ มีตัวแปร Continuous ที่ต้องการเปรียบเทียบ

✅ มีกลุ่มที่จะเปรียบเทียบ 3 กลุ่มขึ้นไป

✅ ตัวอย่าง: อัตราการป่วยโรค NCDs ของ 4 อำเภอในจังหวัด แตกต่างกันหรือไม่?

🔧 ขั้นตอนการทำ One-Way ANOVA

1
เปิดเมนู ANOVA
2
กำหนดตัวแปร ลาก Continuous (เช่น "bp_systolic") ไปยัง Dependent Variables และลาก Nominal (เช่น "amphur") ไปยัง Fixed Factors
3
เปิด Post-Hoc Test คลิก Post Hoc Tests → เลือก ✓ Tukey เพื่อดูว่ากลุ่มไหนต่างกับกลุ่มไหน
4
แปลผล 2 ขั้น ขั้นที่ 1: ดูผล ANOVA ว่า p < 0.05 หรือไม่ (มีความแตกต่างโดยรวม) → ขั้นที่ 2: ดู Post-Hoc ว่าคู่ไหนต่างกัน
🔬
Post-Hoc Test คืออะไร? เมื่อ ANOVA บอกว่า "มีความแตกต่างในภาพรวม" (p < 0.05) แต่ยังไม่รู้ว่ากลุ่มไหนต่างกับกลุ่มไหน Post-Hoc Test จะเปรียบเทียบทีละคู่ให้เราดู โดย Tukey เป็นวิธีที่นิยมและเชื่อถือได้ที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น
บทที่ 4

🔗 การหาความสัมพันธ์ (Relationships & Associations)

ตัวแปรสองตัวมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่? และเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน?

💡
ข้อควรจำ: ความสัมพันธ์ ≠ การก่อให้เกิด เช่น ถ้าพบว่าอายุสัมพันธ์กับระดับน้ำตาล ไม่ได้แปลว่า "อายุมากขึ้น ทำให้น้ำตาลสูง" แต่หมายความว่า "ในข้อมูลชุดนี้ คนที่อายุมากมักมีน้ำตาลสูง" ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นเกี่ยวข้อง

📉 4.1 Pearson Correlation (ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลข)

ใช้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร Continuous สองตัว ว่ามีความสัมพันธ์กันในทิศทางใด และมากน้อยแค่ไหน

📊 การอ่านค่า r (Correlation Coefficient)

ค่า rความหมายตัวอย่าง
+0.7 ถึง +1.0สัมพันธ์บวกสูง ตัวหนึ่งสูง อีกตัวก็สูงน้ำหนักกับดัชนีมวลกาย
+0.3 ถึง +0.7สัมพันธ์บวกปานกลางอายุกับระดับน้ำตาล
-0.3 ถึง +0.3สัมพันธ์น้อยมากหรือไม่สัมพันธ์รหัสประชาชนกับน้ำหนัก
-0.3 ถึง -0.7สัมพันธ์ลบปานกลาง ตัวหนึ่งสูง อีกตัวต่ำการออกกำลังกายกับน้ำหนัก
-0.7 ถึง -1.0สัมพันธ์ลบสูงHDL กับความเสี่ยงโรคหัวใจ

🔧 ขั้นตอนการทำ Pearson Correlation

1
เปิดเมนู Regression
2
ลากตัวแปร Continuous ไปยัง Variables เช่น "age", "blood_pressure", "blood_sugar", "bmi" สามารถใส่หลายตัวพร้อมกันได้
3
เลือก Pearson ตรวจสอบว่า ✓ Pearson ถูกเลือกอยู่ (เป็นค่าเริ่มต้น)
4
ดูเมทริกซ์และแปลผล ดูค่า r และ p ในตาราง ถ้า p < 0.05 แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นมีนัยสำคัญ

📋 ตัวอย่างผลลัพธ์ — Correlation Matrix

ตัวแปรageblood_pressureblood_sugar
age r = 0.42
p < 0.001
r = 0.35
p < 0.001
blood_pressure r = 0.28
p = 0.012

การแปลผล: อายุมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความดันโลหิต (r = 0.42, p < 0.001) หมายความว่า ผู้ที่อายุมากกว่ามีแนวโน้มที่จะมีค่าความดันโลหิตสูงกว่า และความสัมพันธ์นี้มีนัยสำคัญทางสถิติ


🎯 4.2 Chi-Square Test (ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลจัดกลุ่ม)

ใช้ทดสอบว่าตัวแปร Nominal/Ordinal สองตัวมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ เช่น "การสูบบุหรี่" กับ "การเป็นโรคปอด" สัมพันธ์กันหรือเปล่า?

📌 ตัวอย่างคำถามที่ตอบได้ด้วย Chi-Square

• พฤติกรรมการสูบบุหรี่ (สูบ/ไม่สูบ) มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคปอด (มี/ไม่มี) หรือไม่?

• กลุ่มเสี่ยงโรค NCD (มี/ไม่มี) มีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกาย (สม่ำเสมอ/ไม่สม่ำเสมอ) หรือเปล่า?

• เพศมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคเบาหวานหรือไม่?

🔧 ขั้นตอนการทำ Chi-Square Test

1
เปิดเมนู Frequencies
2
กำหนดตัวแปร ลากตัวแปร Nominal ตัวหนึ่ง (เช่น "smoking") ไปยังช่อง Rows และลากอีกตัว (เช่น "lung_disease") ไปยัง Columns
3
เปิดตัวเลือกเพิ่มเติม ใน Statistics: ✓ χ² (Chi-square) | ใน Cells: ✓ Row % เพื่อดูสัดส่วนร้อยละ
4
แปลผลค่า p ถ้า p < 0.05 แสดงว่าสองตัวแปรมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

📋 ตัวอย่างผลลัพธ์ — Contingency Table: การสูบบุหรี่ vs โรคปอด

มีโรคปอดไม่มีโรคปอดรวม
สูบบุหรี่ 45 (75.0%) 15 (25.0%) 60
ไม่สูบบุหรี่ 30 (21.4%) 110 (78.6%) 140
รวม 75 125 200
χ² = 45.71, p < 0.001

การแปลผล: เนื่องจาก p < 0.001 จึงสรุปได้ว่า พฤติกรรมการสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคปอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยผู้ที่สูบบุหรี่มีสัดส่วนของการเป็นโรคปอดสูงกว่า (75.0%) เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ (21.4%)

บทที่ 5

📤 การนำผลลัพธ์ไปใช้งาน (Exporting & Reporting)

วิธีนำตาราง กราฟ และผลวิเคราะห์ออกไปใช้ในรายงานและแดชบอร์ด

💾 5.1 การบันทึกและส่งออกผลลัพธ์

📋 วิธีคัดลอกตาราง (Copy Table)

วิธีที่ง่ายที่สุดในการนำตารางไปใช้ใน Word หรือรายงาน คือการคัดลอก

1
คลิกขวาที่ตารางผลลัพธ์ ในหน้าต่าง Results ด้านขวา คลิกขวาที่ตารางที่ต้องการ
2
เลือก Copy เมนูจะแสดงตัวเลือก เลือก Copy หรือ Copy Table
3
วางใน Word หรือ Excel เปิด Word หรือ Excel แล้วกด Ctrl + V เพื่อวาง ตารางจะแสดงในรูปแบบที่จัดเรียงแล้ว

🖼️ วิธีบันทึกรูปภาพกราฟ

1
คลิกขวาที่กราฟในหน้าต่าง Results
2
เลือก "Save Image" เลือกขนาดและรูปแบบที่ต้องการ (PNG แนะนำสำหรับการนำไปใส่ในเอกสาร)
3
บันทึกไฟล์ เลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการบันทึก ตั้งชื่อไฟล์ให้ชัดเจน เช่น "กราฟแท่ง_NCDs_อำเภอเมือง_2567.png"

💽 วิธีบันทึกไฟล์ Jamovi เพื่อเปิดใช้งานในภายหลัง

ข้อดีของการบันทึกเป็นไฟล์ .omv: ไฟล์ .omv ของ Jamovi จะบันทึกทุกอย่าง ทั้งข้อมูล การตั้งค่าตัวแปร และผลลัพธ์การวิเคราะห์ทั้งหมด เมื่อเปิดใหม่ครั้งหน้าก็ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมด

วิธีบันทึก: FileSave As → เลือกโฟลเดอร์ → บันทึก

📏 5.2 กฎเหล็กที่ต้องจำ (Rule of Thumb)

📋 ตารางช่วยจำ: เลือกสถิติให้ถูกต้อง

คำถาม ตัวแปร Y (ตอบ) ตัวแปร X (กลุ่ม) สถิติที่ใช้ ใน Jamovi
มีกี่คน? กี่เปอร์เซ็นต์? Nominal — ไม่มี Frequency Table Exploration → Descriptives
ค่าเฉลี่ยเท่าไร? Continuous — ไม่มี Mean, SD, Median Exploration → Descriptives
2 กลุ่มต่างกันไหม? (ตัวเลข) Continuous Nominal (2 กลุ่ม) Independent T-Test T-Tests → Independent
3+ กลุ่มต่างกันไหม? (ตัวเลข) Continuous Nominal (3+ กลุ่ม) One-Way ANOVA ANOVA → One-Way ANOVA
ตัวเลข 2 ตัวสัมพันธ์กันไหม? Continuous Continuous Pearson Correlation Regression → Correlation
2 หมวดหมู่เกี่ยวข้องกันไหม? Nominal Nominal Chi-Square Test Frequencies → Contingency

📊 เข้าใจค่า p-value ในเวลา 2 นาที

🎯 ค่า p-value บอกอะไรเรา?

ค่า p-value คือ "ความน่าจะเป็นที่ผลลัพธ์ที่เห็นจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ" ถ้า p น้อย = น่าจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ = มีนัยสำคัญจริง

p = 0.05
p = 0
มีนัยสำคัญสูงมาก
p = 0.05
เส้นแบ่ง
p = 1.0
ไม่มีนัยสำคัญ
✅ p < 0.05

มีนัยสำคัญทางสถิติ หมายความว่า ผลลัพธ์ที่เห็นนั้น "น่าจะเป็นเรื่องจริง" ไม่ใช่เกิดจากความบังเอิญ

❌ p ≥ 0.05

ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ หมายความว่า ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า "มีความแตกต่าง/ความสัมพันธ์จริง"

⚠️
ข้อควรระวัง: p < 0.05 ไม่ได้แปลว่า "ความแตกต่างนั้นสำคัญมากในทางปฏิบัติ" เสมอไป บางครั้งอาจมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ความแตกต่างนั้นเล็กน้อยมากจนไม่มีความหมายในทางคลินิก เช่น p < 0.05 แต่ความดันโลหิตต่างกันแค่ 0.5 mmHg ซึ่งในทางปฏิบัติไม่มีความหมาย
ภาคผนวก

📚 คำศัพท์ คำสั่ง และข้อจำกัด

ข้อมูลเสริมสำหรับการใช้งาน Jamovi Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ

📖 คำศัพท์ที่ควรรู้

คำศัพท์ความหมายง่ายๆตัวอย่าง
Variable (ตัวแปร) สิ่งที่เราเก็บข้อมูล หรือ "คอลัมน์" ในตาราง อายุ, เพศ, ความดันโลหิต
Observation (การสังเกต) "แถว" ในตาราง คือข้อมูลของคนๆ หนึ่ง หรือกรณีหนึ่ง ผู้ป่วย 1 ราย, 1 การเข้ารับบริการ
Continuous (ต่อเนื่อง) ตัวเลขที่หาค่าเฉลี่ยได้ มีระยะห่างที่มีความหมาย อายุ, น้ำหนัก, ระดับน้ำตาล
Nominal (ชื่อ/กลุ่ม) หมวดหมู่ที่ไม่มีลำดับ ไม่สามารถหาค่าเฉลี่ยได้ เพศ, รหัสอำเภอ, ชื่อโรค
Ordinal (ลำดับ) หมวดหมู่ที่มีลำดับ แต่ระยะห่างไม่เท่ากัน ระดับการศึกษา, ความพึงพอใจ 1-5
p-value ความน่าจะเป็นที่ผลจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ถ้า < 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญ p = 0.03, p < 0.001
Mean (ค่าเฉลี่ย) ผลรวมของทุกค่าหารด้วยจำนวน อายุเฉลี่ย = 54.2 ปี
SD (Standard Deviation) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน บอกการกระจายของข้อมูล SD = 11.8 ปี
Median (มัธยฐาน) ค่ากลางเมื่อเรียงข้อมูล ไม่ถูกรบกวนจากค่าสุดโต่ง Median BP = 135 mmHg
Frequency (ความถี่) จำนวนครั้งหรือจำนวนคนในแต่ละกลุ่ม ชาย = 98 ราย
Correlation (ความสัมพันธ์) การที่ตัวแปรสองตัวเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน อายุสัมพันธ์กับความดัน
Chi-Square (ไคสแควร์) การทดสอบว่าตัวแปรจัดกลุ่มสองตัวสัมพันธ์กันหรือไม่ ทดสอบความสัมพันธ์ เพศ vs โรค
ANOVA การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ 3 กลุ่มขึ้นไป เปรียบเทียบ BP ระหว่าง 4 อำเภอ
Post-Hoc Test การเปรียบเทียบทีละคู่หลัง ANOVA พบนัยสำคัญ Tukey, Bonferroni
Missing Data (ข้อมูลขาดหาย) ช่องว่างในตาราง ที่ไม่มีข้อมูล N = 198 แทนที่จะเป็น 200
Workspace พื้นที่ทำงานใน Jamovi Cloud สำหรับเก็บไฟล์ เหมือนโฟลเดอร์โปรเจกต์

⌨️ คำสั่งและเมนูที่ควรรู้

ต้องการทำอะไรเส้นทางเมนูหมายเหตุ
นำเข้าข้อมูล☰ → Open → This PCรองรับ .csv, .xlsx, .omv, .sav
บันทึกไฟล์☰ → Save / Save Asบันทึกเป็น .omv
ตั้งค่าตัวแปรดับเบิลคลิกชื่อคอลัมน์เปลี่ยน Measure Type ที่นี่
ความถี่และร้อยละAnalyses → Exploration → Descriptives → ✓ Frequency tablesสำหรับ Nominal
ค่าเฉลี่ย/SDAnalyses → Exploration → Descriptivesสำหรับ Continuous
กราฟแท่งDescriptives → Plots → ✓ Bar plotสำหรับ Nominal
ฮิสโตแกรมDescriptives → Plots → ✓ Histogramสำหรับ Continuous
T-Test (2 กลุ่ม)Analyses → T-Tests → Independent Samples T-TestContinuous vs Nominal (2 กลุ่ม)
ANOVA (3+ กลุ่ม)Analyses → ANOVA → One-Way ANOVAContinuous vs Nominal (3+ กลุ่ม)
Post-Hoc TestANOVA → Post Hoc Tests → ✓ Tukeyทำหลัง ANOVA มีนัยสำคัญ
CorrelationAnalyses → Regression → Correlation MatrixContinuous vs Continuous
Chi-SquareAnalyses → Frequencies → Contingency TablesNominal vs Nominal
คัดลอกตารางคลิกขวาที่ตาราง → Copyวางใน Word/Excel ได้เลย
บันทึกกราฟคลิกขวาที่กราฟ → Save Imageได้เป็นไฟล์ PNG

⚠️ ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องระวัง

🚫 ข้อจำกัดของ Jamovi Cloud เวอร์ชันฟรี

ขนาดไฟล์: มีข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์และจำนวนแถวที่รองรับ (สำหรับข้อมูลขนาดเล็ก-กลางในระดับตำบล/อำเภอ ถือว่าเพียงพอ)

พื้นที่จัดเก็บ: พื้นที่ Cloud มีจำกัดในเวอร์ชันฟรี ควรดาวน์โหลดไฟล์สำรองไว้ในเครื่องเสมอ

โมดูลบางอย่าง: โมดูลการวิเคราะห์ขั้นสูงบางตัวอาจต้องเวอร์ชัน Pro

⚠️ สิ่งที่ต้องระวังเมื่อวิเคราะห์ข้อมูล

ตรวจสอบประเภทตัวแปรก่อนเสมอ: ผิดที่ตั้งค่าตัวแปร = ผลผิดทั้งหมด โดยเฉพาะรหัสพื้นที่ที่เป็นตัวเลขแต่ต้องตั้งเป็น Nominal

ตรวจ Missing Data: ดูว่า N ในผลลัพธ์ตรงกับจำนวนข้อมูลที่นำเข้าหรือไม่ ถ้าต่างกันแสดงว่ามีข้อมูลขาดหาย

ตรวจค่าผิดปกติ: ดูค่า Min/Max เสมอ เช่น ถ้าอายุ Max = 999 แสดงว่ามีการกรอกผิด

T-Test ใช้ได้แค่ 2 กลุ่ม: ถ้ามี 3 กลุ่มขึ้นไปต้องใช้ ANOVA เสมอ ห้ามทำ T-Test ซ้ำ

อินเทอร์เน็ต: Jamovi Cloud ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ถ้าต้องทำงานออฟไลน์ให้ดาวน์โหลด Jamovi Desktop แทน

ข้อมูลส่วนบุคคล: ระวังการอัปโหลดข้อมูลที่มีชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัตรประชาชน ควรนำออกก่อนอัปโหลด

เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น:

1. เสมอ → ตรวจสอบประเภทตัวแปรก่อนวิเคราะห์ทุกครั้ง

2. เสมอ → ดูสถิติเชิงพรรณนาก่อน แล้วค่อยทำสถิติขั้นสูง

3. เสมอ → บันทึกไฟล์ .omv ทุกครั้งก่อนปิดโปรแกรม

4. เสมอ → ตรวจสอบ N ว่าตรงกับข้อมูลที่ควรมี

5. ถ้าสงสัย → เปรียบค่า p กับ 0.05 เสมอ ถ้า p < 0.05 = มีนัยสำคัญ


🗺️ แผนผังสรุปการเลือกใช้สถิติ

คำถาม: ฉันต้องการวิเคราะห์อะไร?
📊 บรรยายข้อมูล

▶ ข้อมูลจัดกลุ่ม → Frequency Table

▶ ข้อมูลตัวเลข → Mean, SD, Median

⚖️ เปรียบเทียบกลุ่ม

▶ 2 กลุ่ม → T-Test

▶ 3+ กลุ่ม → ANOVA + Post-Hoc

🔗 ความสัมพันธ์

▶ ตัวเลข + ตัวเลข → Pearson Correlation

▶ กลุ่ม + กลุ่ม → Chi-Square

📉 พยากรณ์

▶ ตัวเลข → Linear Regression

▶ กลุ่ม → Logistic Regression


🌐 แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูลURLเนื้อหา
Jamovi Cloud (เว็บหลัก) cloud.jamovi.org เข้าใช้งานโปรแกรม
คู่มือ Jamovi อย่างเป็นทางการ jamovi.org/user-manual.html คู่มือภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์
Learning Statistics with Jamovi lsj.readthedocs.io หนังสือเรียนสถิติฟรีที่ใช้ Jamovi
YouTube: Jamovi Datalab.cc ค้นหา "Jamovi Datalab.cc" ใน YouTube วิดีโอสอนการใช้งาน Jamovi

🎉 ยินดีด้วย! คุณได้เรียนรู้ Jamovi Cloud ครบทุกบทแล้ว

จากนี้ไปคุณสามารถ: วิเคราะห์ความถี่และร้อยละ • หาค่าเฉลี่ยและการกระจาย • เปรียบเทียบกลุ่ม • หาความสัมพันธ์ • และส่งออกผลลัพธ์ได้ทั้งหมด ขอให้สนุกกับการวิเคราะห์ข้อมูล!

คู่มือ Jamovi Cloud ฉบับสมบูรณ์ สำหรับมือใหม่  |  อ้างอิง: cloud.jamovi.org, jamovi.org/user-manual.html, lsj.readthedocs.io

จัดทำเพื่อการเรียนรู้และใช้งานวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ  |  2024