
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเปิดงานวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2566 มอบรางวัลและแสดงความยินดีแก่ อสม.และ อสส. ที่มีผลงานดีเด่น ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ อสม.ดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช 2566
นายอนุทิน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาและฟื้นฟูจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการนโยบายต่างๆ ภายใต้มาตรการสาธารณสุขเพื่อยึดความปลอดภัยของคนในชาติเป็นหลัก มุ่งเน้นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีพัฒนาเสริมสร้างศักยภาพตลอดช่วงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสเช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ เด็ก ให้ได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างทั่วถึงเป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายสาธารณสุขที่กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย ขับเคลื่อนให้ความสำคัญในการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ ซึ่ง อสม.จึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำงาน ในฐานะหมอคนที่ 1 ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในพื้นที่และแสดงให้เห็นว่าภาคประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ นำสู่การลดภาระการเงินของภาครัฐและทำให้เศรษฐกิจครัวเรือนเติบโตมีเสถียรภาพ
“ขอชื่นชม อสม.ทั้ง 1 ล้านคนทั่วประเทศ ที่อาสามาทำงานเชื่อมประสานกับประชาชนชุมชนเจ้าหน้าที่จนเกิดปฐมภูมิที่เข้มแข็งเป็นหมอของพี่น้องประชาชนคนแรกกระทรวงสาธารณสุขจะมีการเชิดชูเกียรติประกาศเกียรติคุณให้กับ อสม.ทั่วประเทศเพื่อเป็นการขอบคุณในการช่วยคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยมาตลอด”
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อาสาสมัครสาธารณสุขถือเป็นกลไกภาคประชาชนที่สำคัญ ทำงานคู่กับระบบการสาธารณสุขไทย มากว่า 45 ปี การเข้าสู่สังคมสูงวัย สวนทางอัตราการเกิดที่ลดลงของไทย ความท้าทายเรื่องนี้คือการทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การดำเนินหน้าปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย ปีนี้ได้เน้นเรื่องคัดกรองสุขภาพ เพื่อนำสู่การดูแล ฟื้นฟู รักษา และส่งเสริมป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ จึงพัฒนาระบบคัดกรองผู้สูงอายุในชุมชน ผ่าน Application Smart อสม. หวังให้ อสม. กว่าล้านคนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ในฐานะหมอคนที่ 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หมอคนที่ 2 ทำการคัดกรองสุขภาพผู้สูงวัยอย่างน้อย 10 ล้านคน
ที่มา : กรมข่าวสารประชาสัมพันธ์

