“เลิกให้เด็กดูจอ เปลี่ยนมาเล่นกับเขา ให้เขาเรียนรู้ผ่านการเล่น ผ่านพ่อแม่”

พ่อแม่ยุคใหม่หลายคนเลือกให้ลูกอยู่กับหน้าจอ เพียงเพราะเห็นว่าลูกอยู่นิ่ง บางคนดีใจที่ลูกพูดภาษาอังกฤษได้ ทั้งๆที่ดูจากยูทูปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พ่อแม่จะรู้หรือไม่ว่านั้น คุณกำลังทำให้ลูกคุณเป็น “ ออทิสติกเทียม”
ผศ.นพ. วรวุฒิ เชยประเสริฐ หรือหมอวิน แห่งเพจ เลี้ยงลูกตามใจหมอ ได้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายในการเลี้ยงลูกหรือฝากลูกไว้กับหน้าจอต่างๆ ส่วนหนึ่งว่า “หน้าจอกับการเกิดออทิสติกเทียม” หน้าจอนั้นมีผลเสียต่อเด็กเล็ก อย่างชัดเจน รวมถึงเด็กโตด้วย หากหน้าจอนั้นถูกใช้โดยไม่มีลิมิต ไม่มีการควบคุมเนื้อหาและระยะเวลาโดยผู้ใหญ่ วันนี้ลองมาดูแง่มุมของหนึ่งในผลเสียของหน้าจอต่อสมองเด็กที่ทำให้เด็กเกิด อาการคล้ายออทิสติก (Autistic-like Symptoms) อาการคล้ายออทิสติกที่เกิดจากหน้าจอ หรือที่สื่อหลายแห่งเรียกด้วยศัพท์ง่าย ๆ ว่า ออทิสติกเทียม มีการศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ลง JAMA Pediatrics พบว่า การดูทีวี วีดีโอ และการไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ผู้เลี้ยงกับเด็กที่อายุ 12 เดือนสัมพันธ์กับการเกิด ‘อาการคล้ายออทิสติก’ ของเด็กที่อายุ 2 ขวบ ที่มีความบกพร่องของการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการพูดช้า สื่อสารไม่ได้ ปัญหาของการแสดงออกทางอารมณ์ และรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น
ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะ “ทีวี” หรือ “ยูทูป” ก็แล้วแต่ ดึงดูดความสนใจของเด็กได้ดี ด้วยภาพและเสียงที่น่าสนใจ แต่นั่นคือ “การสื่อสารทางเดียว” สนใจไม่ใช่ว่ามีสมาธิ อย่างที่หลายคนเข้าใจ “ทีวี” หรือ “ไอแพด” พร้อมจะดึงลูกของเราออกจากเราไปสู่ “ภวังค์” ของมัน มีการทำการทดลองด้วยการให้เด็กดูตัวเลข หรือภาพซ้ำ ๆ 1 – 2- 3 ย้ำ ๆ เด็กจะตอบได้เลยว่า เลขไหนคือ 3 และ เลข 3 ตามหลังอะไร แต่พอบอกให้ “หยิบดินสอมา 3 อัน” ปรากฎว่า “เด็กทำไม่ได้” เพราะไม่รู้จักการสื่อสาร และการแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง
ที่หมอเจอบ่อยมาก ๆ เวลาตรวจเด็กที่มารับวัคซีน คือ “เด็กพูดช้า” “ไม่ยอมพูดเป็นประโยค” และกลุ่มที่พ่อแม่บอกว่า “บางทีพูดไปไม่รู้ว่าเข้าใจไหม” แต่พอถามเรื่อง การท่องศัพท์ หรือท่องอักษร A-Z, 1-100, ก-ฮ หรือ Flash cards
ต่าง ๆ ท่องได้ปร๋อเลย แต่ไม่พูดเป็นคำ เป็นประโยค ไม่สื่อสารในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และแปลภาษากาย หรือคำสั่ง
ง่าย ๆ ไม่ได้ และพอถามกลับไปเรื่อง “การดูทีวี ไอแพด” เกือบทั้งหมดจะบอกว่า “ดูนานด้วย” อีกต่างหาก ส่วนใหญ่ จะมากกว่า 2 ชม. ต่อวัน บางคน 4-5 ชั่วโมง
ที่มา : https://ddc.moph.go.th/odpc5/news.php?news=32666&deptcode=odpc5&news_views=67

